วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559

กรมสบส.ชี้กฎหมายคุมเข้มธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพ “ไม่มีสปาพริตตี้ ผู้บริการต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมาย”
                อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 27 กันยายน 2559 ฟันธงต้องเป็นธุรกิจให้ประโยชน์ด้านสุขภาพแท้จริง ไม่มีสปาพริตตี้ ไม่มีแอบแฝงบริการด้านอื่น      ผู้ให้บริการ โดยเฉพาะนวดทั้งชาย หญิง ต้องผ่านการอบรมจากหลักสูตรมาตรฐานที่กรมสบส.รับรอง ไม่เน้นที่ความสาวหรือหน้าตาสวย ย้ำเตือนผู้ที่ลักลอบเปิดสปาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการใช้ป้ายว่าเป็นสปาหรือนวดเพื่อสุขภาพโดยไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพแต่บริการแบบอื่นจะมีความผิดปรับไม่เกิน 30,000 บาท
                จากกรณีที่มีข่าวว่าขณะนี้มีผู้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ธุรกิจสปา โดยเปิดเป็นสปาพริตตี้ นำสาวๆ หน้าตาดีมาดึงดูดลูกค้า ส่งผลให้สปาไทยเสื่อมเสีย นอกจากนี้ยังนำต่างด้าวมาอบรมนวดไทยด้วยนั้น ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว วันนี้(26 พฤษภาคม 2559) นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ   (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ในเรื่องของการควบคุมมาตรฐานธุรกิจบริการประเภทสปา ซึ่งมีทั้งบริการสปาและนวดเพื่อสุขภาพหรือนวดเพื่อเสริมความงาม มีกฎหมายออกมาโดยเฉพาะแล้ว คือพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ซึ่งประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายน  2559 หรืออีกประมาณ 4 เดือน ผู้ประกอบการธุรกิจประเภทนี้จะต้องขอใบอนุญาตและปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
ตามกฎหมายฉบับนี้กำหนดผู้ให้บริการทั้งชายและหญิง ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะคนไทย แต่จะต้องผ่านการอบรมมาตรฐานบริการจากสถาบันที่กรมสบส.ให้การรับรองหลักสูตรเท่านั้น ไม่ได้เน้นที่ความสาว ความสวยและต้องไม่มีการเลือกผู้ให้บริการ โดยกรมสบส.ได้เร่งประชุมชี้แจงความเข้าใจผู้ประกอบการรายเดิม รายใหม่ที่สนใจจะเปิดดำเนินการและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการกำกับมาตรฐานให้เสร็จสิ้นภายในกลางเดือนมิถุนายน 2559 ขณะเดียวกันได้จัดทำกฎหมายลูกใช้เป็นกรอบควบคุมกำกับทั้งหมด 6 ฉบับ ขณะนี้เสร็จแล้วเช่นกัน
                อธิบดีกรมสบส.กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่รอกฎหมายฯฉบับใหม่ใช้กรมสบส.ยังใช้กฎหมายฉบับเดิมคือประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย มาตรฐานของสถานที่ การบริการ            ผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ตามพระราชบัญญัติสถานบริการพ.ศ.2509 พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องควบคุมดูแลผู้ให้บริการในสถานประกอบการมิให้มีการลักลอบหรือมีการค้าหรือร่วมประเวณีหรือการกระทำที่ขัดกฎหมาย วัฒนธรรม ศีลธรรม ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบสถานที่และตรวจการโฆษณาที่ล่อแหลมเข้าข่ายแอบแฝงหรือไม่ 
ทางด้านนายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสบส.กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีสถานประกอบการ      บางแห่งโฆษณาทางเว็บไซต์แต่งกายและโพสต์ท่าที่ล่อแหลมในทางเชิญชวนทางเพศ กรรมการได้ให้ยกเลิกโฆษณา มิฉะนั้นจะไม่รับรองมาตรฐานให้ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการฯ ทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อผลประโยชน์ของชื่อเสียงประเทศไทย ซึ่งขณะนี้บริการของประเทศไทยได้รับความนิยมติดอันดับท็อปเท็นของโลก สร้างรายได้ และสร้างอาชีพให้คนไทยได้กว่าแสนคน
ทั้งนี้หากพบแห่งใดมีบริการอื่นแอบแฝง ให้แจ้งที่สายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ           021937999 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทันที ย้ำเตือนผู้ที่ลักลอบเปิดสปาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการใช้ป้ายว่าเป็นสปาหรือนวดเพื่อสุขภาพ โดยไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพแต่ให้บริการแบบอื่น จะมีความผิดปรับไม่เกิน 30,000 บาท


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ spa

พระราชบัญญัติ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. 
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ 
เป็นปีที่ ๗๑ ในรัชกาลปัจจุบัน 
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ 
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙” 
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ” หมายความว่า สถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อดําเนินกิจการ ดังต่อไปนี้ 
(๑) กิจการสปา อันได้แก่ บริการที่เกี่ยวกับการดูแลและเสริมสร้างสุขภาพโดยวิธีการบําบัดด้วยน้ํา และการนวดร่างกายเป็นหลัก ประกอบกับบริการอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวงอีกอย่างน้อยสามอย่าง เว้นแต่เป็นการดําเนินการในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือการอาบน้ํา นวด หรืออบตัวที่เป็นการให้บริการในสถานอาบน้ํา นวด หรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๒) กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม เว้นแต่การนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลหรือในหน่วยบริการสาธารณสุขของหน่วยงานของรัฐหรือการนวดที่เป็นการให้บริการในสถานอาบน้ํา นวด หรืออบตัวตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๓) กิจการอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
“ผู้อนุญาต” หมายความว่า อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
“ผู้รับอนุญาต” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
“ผู้ดําเนินการ” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ดําเนินการบริหารจัดการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
“ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้ทําหน้าที่บริการเพื่อสุขภาพในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าข้าราชการพลเรือนสามัญระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
“ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกําหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกําหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้การกําหนดค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง อาจกําหนดให้แตกต่างกัน โดยคํานึงถึงประเภทและขนาดของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่กําหนดไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑
คณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ”ประกอบด้วย
(๑) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสี่คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถด้านบริการเพื่อสุขภาพให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพคนหนึ่งเป็นเลขานุการและอีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
มาตรา ๖ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสามปีเมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
มาตรา ๗ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก
(๖) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
มาตรา ๘ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อื่นดํารงตําแหน่งแทน เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตําแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามความในวรรคหนึ่ง
มาตรา ๙ คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต่อรัฐมนตรี 
(๒) กําหนดมาตรการในการส่งเสริมสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ได้มาตรฐาน ตลอดจนการส่งเสริมบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มให้เข้าถึงและได้รับประโยชน์
(๓) กําหนดหลักเกณฑ์การรับรองวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรที่ผู้ดําเนินการหรือผู้ให้บริการได้รับจากสถาบันการศึกษา หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ
(๔) กําหนดหลกเกณฑ ั ์การทดสอบและประเมินความรู้ความสามารถของผู้ดําเนินการ
(๕) ให้คําแนะนําแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้
(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการหรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๑๐ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุมในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๑ คณะกรรมการมีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการหรือตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๒
ใบอนุญาตและการขึ้นทะเบีย
มาตรา ๑๒ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจากผู้อนุญาตการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต แบบใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวงกฎกระทรวงตามวรรคสอง รัฐมนตรีจะกําหนดโดยแยกใบอนุญาตตามประเภท หรือขนาดของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพก็ได้
มาตรา ๑๓ ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องมีอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบปีบริบูรณ์และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี
(๑) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๒) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๓) เป็นผู้เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทําผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี
(๔) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ
(๕) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
(๖) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และยังไม่พ้นกําหนดสองปีนับถึงวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ผู้มีอํานาจจัดการแทนนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามความในวรรคหนึ่ง
มาตรา ๑๔ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ให้มีอายุห้าปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาตการขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคําขอก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ และเมื่อได้ยื่นคําขอดังกล่าวแล้ว ให้ผู้ยื่นคําขอประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคําสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตจากผู้อนุญาตการขอต่ออายุใบอนุญาตและการให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตลอดจนชําระค่าธรรมเนียมตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๕ ให้ผู้รับอนุญาตชําระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการ เพื่อสุขภาพรายปีตามอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และภายในระยะเวลาที่กําหนดในกฎกระทรวง ผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ชําระค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ผู้อนุญาต สั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจนกว่าจะชําระค่าธรรมเนียม ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามวรรคสองไม่ชําระค่าธรรมเนียมภายในหกเดือน นับแต่วันสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้ผู้อนุญาตสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๑๖ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพสิ้นสุดลง เมื่อผู้รับอนุญาต
(๑) ตาย เว้นแต่ได้ดําเนินการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘ หรือสิ้นสุดความเป็นนิติบุคคล
(๒) เลิกประกอบกิจการตามมาตรา ๑๙
(๓) ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตามมาตรา ๑๕ วรรคสาม หรือมาตรา ๓๒ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือวรรคสาม
มาตรา ๑๗ การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้แก่บุคคล ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ ให้กระทําได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต การขอโอนใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๘ ในกรณีผู้รับอนุญาตถึงแก่ความตายและทายาทมีความประสงค์จะประกอบกิจการ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพต่อไป ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ตามมาตรา ๑๓ หรือในกรณีที่มีทายาทหลายคนให้ทายาทด้วยกันนั้นตกลงตั้งทายาทคนหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ ยื่นคําขอต่อผู้อนุญาตเพื่อขอรับโอนใบอนุญาตภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ผู้รับอนุญาตตาย ถ้ามิได้ยื่นคําขอภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าใบอนุญาตประกอบกิจการ 
สถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นสิ้นสุดลง ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทซึ่งเป็นผู้ยื่นคําขอรับโอนใบอนุญาต
เข้าประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบเสมือนผู้รับอนุญาต ทั้งนี้ จนกว่าผู้อนุญาตจะมีคําสั่งไม่อนุญาต
ถ้าผลการตรวจสอบปรากฏว่าผู้ยื่นคําขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ ให้ผู้อนุญาตมีคําสั่งอนุญาตแก่ผู้ยื่นคําขอ
การขอรับโอนและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๙ ผู้รับอนุญาตซึ่งประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ ให้แจ้งให้ผู้อนุญาตทราบ พร้อมทั้งส่งคืนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแก่ผู้อนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เลิกประกอบกิจการ การเลิกประกอบกิจการไม่เป็นเหตุให้ผู้รับอนุญาตพ้นจากความรับผิดที่มีตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๐ ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ดําเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดําเนินการจากผู้อนุญาต การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต แบบใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการชําระ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้เป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดําเนินการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติ
 (๑) มีอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
 (๒) ได้รับวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
 (๓) ผ่านการทดสอบและประเมินความรู้ความสามารถจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ข. ลักษณะต้องห้าม
 (๑) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
 (๒) เป็นผู้เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทําผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี
 (๓) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ
 (๔) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ดําเนินการ
 (๕) เป็นผู้เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ดําเนินการและยังไม่พ้นกําหนดหนึ่งปีนับถึงวันยื่นคําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดําเนินการ
มาตรา ๒๒ ผู้ใดประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพให้ยื่นคําขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการต่อผู้อนุญาต
การขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๓ ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติ
 (๑) มีอายุไม่ต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
 (๒) ได้รับวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการบริการเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ข. ลักษณะต้องห้าม
 (๑) เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๒) เป็นผู้เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทําผิดในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือความผิด เกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี เว้นแต่ได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันยื่นคําขอขึ้นทะเบียน
 (๓) เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติดให้โทษ

หมวด ๓
หน้าที่ของผู้รับอนุญาตและผู้ดําเนินการ
มาตรา ๒๔ ผู้รับอนุญาตต้องประกอบกิจการให้ตรงตามประเภทของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ระบุไว้ในใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
มาตรา ๒๕ การใช้ชื่อสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกําหนด
มาตรา ๒๖ มาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแต่ละประเภท ให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๗ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทใดต้องมีผู้ดําเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกําหนด
มาตรา ๒๘ ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) แสดงใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพไว้ในที่เปิดเผย และเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
(๒) จัดให้มีผู้ดําเนินการอยู่ประจําสถานประกอบการเพื่อสุขภาพตลอดเวลาทําการ พร้อมทั้งแสดงชื่อผู้ดําเนินการไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย
(๓) จัดทําทะเบียนประวัติผู้ดําเนินการและผู้ให้บริการ
(๔) รักษามาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต
(๕) รับผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตามมาตรา ๒๒ เท่านั้นเข้าทํางานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
(๖) ไม่โฆษณาเกี่ยวกับการให้บริการเพื่อสุขภาพในลักษณะ ดังต่อไปนี้
 (ก) ใช้ข้อความโฆษณาอันเป็นเท็จหรือโอ้อวดเกนความเป็นจริง
(ข) โอ้อวดสรรพคุณของการบริการเพื่อสุขภาพ หรืออุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ อันเป็นส่วนประกอบในการให้บริการว่าสามารถบําบัด รักษาหรือป้องกันโรคได้ หรือ ใช้ถ้อยคําอื่นใดที่มีความหมายในทํานองเดียวกัน
 (ค) โฆษณาในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสําคัญเกี่ยวกับการให้บริการเพื่อสุขภาพ
 (ง) โฆษณาที่มีลักษณะส่อไปในทางลามกอนาจาร
(๗) ควบคุมดูแลมิให้สถานประกอบการเพื่อสุขภาพก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้อาศัยในบริเวณใกล้เคียง
(๘) ห้ามมิให้มีการจัดสถานที่หรือสิ่งอื่นใดสําหรับให้ผู้ให้บริการแสดงตนเพื่อให้สามารถเลือกผู้ให้บริการได้(เช่น การติดเบอร์ผู้ให้บริการนั่งอยู่ในตู้กระจกให้ลูกค้าเลือก)
(๙) ควบคุมดูแลมิให้มีการลักลอบหรือมีการค้าประเวณี หรือมีการกระทําหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
(๑๐) ห้ามมิให้หรือยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการจําหน่ายหรือเสพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
(๑๑) ห้ามมิให้หรือยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
(๑๒) ห้ามมิให้หรือยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอาการมึนเมาจนประพฤติตนวุ่นวาย หรือครองสติไม่ได้เข้าไปในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพระหว่างเวลาทําการ
(๑๓) ห้ามมิให้หรือยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการนําอาวุธเข้าไปในสถานประกอบการ เพื่อสุขภาพ
มาตรา ๒๙ ผู้ดําเนินการมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทําคู่มือปฏิบัติงานสําหรับบริการหรือคู่มือการใช้อุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ และพัฒนาผู้ให้บริการให้สามารถให้บริการได้ตามคู่มือที่จัดทําขึ้น
(๒) ควบคุมดูแลการบริการ อุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ให้ได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ และใช้ได้อย่างปลอดภัย
(๓) สอบถามและบันทึกข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน และคัดกรองผู้รับบริการเพื่อจัดบริการที่เหมาะสม แก่สุขภาพของผู้รับบริการ
(๔) ควบคุมดูแลผู้ให้บริการให้ปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด และควบคุมดูแล มิให้ผู้ให้บริการออกไปให้บริการนอกสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในเวลาทํางาน
(๕) จัดให้มีมาตรการดูแลความปลอดภัยในการทํางานและป้องกันมิให้ผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และบุคคลซึ่งทํางานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพถูกล่วงละเมิดทางเพศ
นอกจากหน้าที่ที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้ผู้ดําเนินการมีหน้าที่ตามมาตรา ๒๘ (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) และ (๑๓) ด้วย

หมวด ๔
การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต
และการลบชื่อออกจากทะเบียน
มาตรา ๓๐ เมื่อปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออก
ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจสั่งให้ผู้รับอนุญาตดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายใน ระยะเวลาที่กําหนด หากผู้รับอนุญาตไม่ดําเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กําหนดตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณา ในการนี้ ให้ผู้อนุญาตมีอํานาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพได้จนกว่าจะได้ดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง เมื่อผู้รับอนุญาตได้ดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ให้ผู้อนุญาตสั่งเพิกถอนคําสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น ผู้รับอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดประกอบกิจการตามที่ถูกสั่งพกใช้ใบอนุญาต
มาตรา ๓๑ เมื่อปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ดําเนินการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่มีอํานาจสั่งให้ผู้ดําเนินการปฏิบัติตามหน้าที่ของตนให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กําหนด หากผู้ดําเนินการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผู้อนุญาตเพื่อพิจารณา ในการนี้ ให้ผู้อนุญาตมีอํานาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต เป็นผู้ดําเนินการในสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพได้จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง เมื่อผู้ดําเนินการได้ปฏิบัติให้ถูกต้องแล้ว ให้ผู้อนุญาตสั่งเพิกถอนคําสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น ผู้ดําเนินการซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
มาตรา ๓๒ อธิบดีมีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่า
(๑) ผู้รับอนุญาตขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๖)
(๒) ผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘ (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) หรือ (๑๓) 
(๓) ผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนคําสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๐
(๔) ผู้ดําเนินการขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๑ ก. (๑) (๒) หรือ (๓) หรือมีลักษณะต้องห้าม
ตามมาตรา ๒๑ ข. (๑) (๒) (๓) หรือ (๕)
(๕) ผู้ดําเนินการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙ วรรคสอง
(๖) ผู้ดําเนินการฝ่าฝืนคําสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๑
ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา หากอธิบดีมีคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตาม (๑) ให้สามารถประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพได้ต่อไปอีกหกสิบวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตเป็นนิติบุคคล และปรากฏต่อผู้อนุญาตว่าผู้มีอํานาจจัดการแทนนิติบุคคลขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๖) ให้ผู้อนุญาตแจ้งให้ ผู้รับอนุญาตแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าดํารงตําแหน่งแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากผู้รับอนุญาต ไม่ดําเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมีคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๓๓ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ให้บริการผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในมาตรา ๒๓ ให้ผู้อนุญาตลบชื่อผู้ให้บริการนั้นออกจากทะเบียน
มาตรา ๓๔ คําสั่งพักใช้ใบอนุญาต คําสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และคําสั่งลบชื่อออกจากทะเบียน ให้ทําเป็นหนังสือแจ้งผู้รับอนุญาต ผู้ดําเนินการ หรือผู้ให้บริการทราบ แล้วแต่กรณี การแจ้งคําสั่งตามวรรคหนึ่งให้นําหมวดว่าด้วยการแจ้งตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๕
พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๓๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในระหว่างเวลาทําการของสถานที่นั้นเพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) เก็บอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้ในการให้บริการเพื่อสุขภาพในปริมาณพอสมควรเพื่อเปนต็ ัวอย่างในการตรวจสอบหรือวิเคราะห์
(๓) ยึดหรืออายัดอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ตลอดจนภาชนะบรรจุหีบห่อ ฉลาก และเอกสารกํากับ และเอกสารหรือวัตถุอื่นใดที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิด
(๔) มีหนังสือเรียกให้บุคคลท่ีเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคํา หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานที่จําเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ผู้รับอนุญาต ผู้ดําเนินการ ผู้ให้บริการ หรือบุคคลซึ่งเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพนั้นอํานวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา ๓๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด
มาตรา ๓๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล

กฎหมายอาญา
หมวด ๖
การอุทธรณ์
มาตรา ๓๘ ในกรณีผู้อนุญาตไม่ออกใบอนุญาต ไม่ให้ต่ออายุใบอนุญาต ไม่ให้โอนใบอนุญาตหรือไม่รับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ ให้ผู้ขออนุญาต ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตหรือผู้ขอขึ้นทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการไม่ออกใบอนุญาต การไม่ให้ต่ออายุใบอนุญาต การไม่ให้โอนใบอนุญาต หรือการไม่รับขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี
มาตรา ๓๙ ผู้รับอนุญาต ผู้ดําเนินการ หรือผู้ให้บริการ ซึ่งถูกพักใช้ใบอนุญาต ถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกลบชื่อออกจากทะเบียน มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวง ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือคําสั่งลบชื่อออกจากทะเบียน แล้วแต่กรณี
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคําสั่งพักใช้ใบอนุญาต คําสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หรือคําสั่งลบชื่อออกจากทะเบียน
มาตรา ๔๐ การพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๘ หรือมาตรา ๓๙ ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจําเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกําหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวคําวินิจฉัยของปลัดกระทรวงให้เป็นที่สุด

หมวด ๗
บทกําหนดโทษ
-------------------

มาตรา ๔๑ ผู้ใดใช้ชื่อหรือคําแสดงชื่อในธุรกิจว่า “สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ” “กิจการสปา” “นวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม” หรือกิจการอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ที่ออกตามความใน (๓) ของบทนิยามคําว่า “สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ” ในมาตรา ๓ หรือคําอื่นใด ที่มีความหมายเช่นเดียวกัน ในประการที่อาจทําให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยมิได้เป็นผู้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
มาตรา ๔๒ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๔๓ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา ๔๔ ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
มาตรา ๔๕ ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๘ (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒)
หรือ (๑๓) หรือผู้ดําเนินการผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
มาตรา ๔๖ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๔๗ ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทําความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ หรอการกระทำของบุคคลใด หรือไม่สั่งการ หรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทําของกรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย
มาตรา ๔๘ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้อนุญาตมีอํานาจเปรียบเทียบได้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกําหนด
เมื่อผู้ต้องหาชําระเงินค่าปรับตามจํานวนที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่กําหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

บทเฉพาะกาล
มาตรา ๔๙ ผู้ประกอบกิจการ ผู้ดําเนินการ และผู้ให้บริการในสถานที่เพื่อสุขภาพหรือ เพื่อเสริมสวยที่ได้รับการรับรองตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กําหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือ เพื่อเสริมสวย มาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรอง ให้เป็นไปตามมาตรฐานสําหรับสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ตามพระราชบัญญัติสถานบริการพ.ศ. ๒๕๐๙ พ.ศ. ๒๕๕๑ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยื่นคําขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ คําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดําเนินการ หรือคําขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการต่อผู้อนุญาตภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อยื่นคําขอรับใบอนุญาตหรือคําขอขึ้นทะเบียนแล้ว ให้ประกอบกิจการ ดําเนินการ หรือให้บริการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคําสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่รับขึ้นทะเบียนจากผู้อนุญาต แล้วแต่กรณี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตร


ที่มา: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/A/030/10.PDF