วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569

ร้านนวดย่านสะพานควาย พญาไท

 แนะนำร้านสปาและนวดสะพานควาย:

  • Lek Massage @The Quarter Saphankhwai: นวดครบวงจรในบรรยากาศดี ใกล้ BTS สะพานควาย และตลาดจตุจักร  ร้านสะอาด บรรยากาศสะบาย อยู่ภายในโรงแรม The Quarter Saphankhwai
    บริเวณริมฟุทบาทถนนประดิพัทธ์ ยังมีร้านอาหาร สตีทฟูด ให้เลือกสรร ยามเย็น มากมาย
  • ที่อยู่: 1 ถ. ประดิพัทธ์ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
  • โทรศัพท์: 02 046 9927
  • เวลาทำการ: 
  • เปิดอยู่ · ปิดเวลา 23:30





  •               


  • Relax Thai Massage 2: บรรยากาศไทยๆ ใกล้ BTS ราคาเริ่มต้นคุ้มค่า
  • Sol Massage: เปิดบริการนวดฟื้นฟู เดินทางสะดวก
  • K man spa: สปาชายติด BTS สะพานควาย ทางออก 2
  • U-Sabai Massage: นวดแผนไทย/น้ำมัน ราคาเริ่มต้น 250 บาท ใกล้ทางออก 1
  • AMOR Massage: นวดไทย/อโรม่า ใต้ BTS สะพานควาย ฝั่งตรงข้าม รพ.เปาโล 

    และยังมีอีกหลายร้านให้บริการ
  • ส่วนใหญ่เปิดให้บริการช่วงสายถึงเที่ยงคืน แนะนำให้จองผ่านแอปพลิเคชันอย่าง GoWabi หรือ FunNow เพื่อรับส่วนลดพิเศษ



วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

การเปิดร้านนวดไทย

 การเปิดร้านนวดเพื่อสุขภาพ
ต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง โดยมีขั้นตอนหลักคือ
เตรียมทำเลและโครงสร้างร้าน (สะอาด ปลอดภัย) -> ยื่นเอกสารขอใบอนุญาตที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/เขตหรือผ่าน https://bizportal.go.th -> รอเจ้าหน้าที่ตรวจพื้นที่ 15-30 วัน -> ได้รับใบอนุญาตและต้องต่ออายุทุกปี 


ขั้นตอนการเปิดร้านนวดอย่างละเอียด:

วางแผนและสำรวจตลาด: เลือกทำเลใกล้แหล่งชุมชนหรือนักท่องเที่ยว ศึกษาคู่แข่ง และกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

เตรียมสถานที่ให้ได้มาตรฐาน:

สถานที่: มั่นคง สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดศาสนสถานหรือสถานบริการ

การแบ่งสัดส่วน: มีห้องนวดที่มิดชิดเพียงพอ, มีห้องน้ำ, และพื้นที่รอรับบริการ

ป้าย: ติดป้ายชื่อร้านและป้ายเตือนต่าง ๆ ให้ชัดเจน

เตรียมเอกสารและพนักงาน:

เอกสารประกอบ (สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, เอกสารเช่าสถานที่, แผนผังร้าน)

พนักงาน: ต้องมีใบประกาศนียบัตรผ่านการอบรมนวดจากสถาบันที่ สบส. รับรอง

ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ:

ยื่นคำขอที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือยื่นออนไลน์ผ่านระบบ https://bizportal.go.th

รอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสถานที่จริงเพื่ออนุมัติ

การดำเนินการภาษีและกฎหมาย:

จดทะเบียนพาณิชย์/นิติบุคคล

ทำสัญญาว่าจ้างพนักงานให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน

ชำระภาษีป้ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง 


ข้อควรระวัง: การไม่ขอใบอนุญาตมีโทษทางอาญา


ปัจจุบันธุรกิจร้านนวดสปา ถือเป็นปีทองของธุรกิจเพื่อสุขภาพประเภทธุรกิจนวดสปา ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยการใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ มีการใช้น้ำและเทคนิคการนวดเพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจเป็นองค์ประกอบหลัก และยังได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก สปาเป็นที่รู้จักแพร่หลายและชัดเจนขึ้นว่าเป็นบริการเพื่อสุขภาพของทั้งร่างกายและจิตใจ

 

ตอนที่ 1 หลักเกณฑ์การยื่นคำร้อง ขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ เพื่อสุขภาพ หรือ เพื่อเสริมสวย

          ประเภทของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แบ่งออกออกเป็น 3 ประเภท คือ

          1. สปาเพื่อสุขภาพ

              คือการประกอบกิจการเพื่อให้การดูแลและเสริมสร้างสุขภาพ โดยการใช้น้ำและการนวดร่างกายเป็นหลัก และอาจมีบริการเสริมประเภทต่างๆอีกอย่างน้อย 3 รายการ เว้นแต่เป็นการดำเนินการในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือการอาบน้ำ การนวดตัว หรืออบตัว ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

          2. นวดเพื่อสุขภาพ

              คือการนวดเพื่อการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ความเครียด ความเมื่อยล้า เช่น การนวดแผนไทย การนวดฝ่าเท้า เป็นต้น ทั้งนี้ต้องไม่มีสถานท่ี่อาบน้ำให้บริการ เว้นแต่ เป็นการนวดเพื่อสุขภาพในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือในหน่วยบริการ สาธารณสุขของหน่วยงานของรัฐ หรือการนวดท่ี่เป็นการให้บริการในสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

 

          3. นวดเพื่อเสริมความงาม

              คือการนวดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความงาม เช่น การนวดในร้านทำผม / เสริมสวย เพื่อเสริมความงามทั้งนี้ต้องไม่มีสถานท่ีอาบน้ำให้บริการ เว้นแต่ เป็นการนวดเพื่อสุขภาพในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือในหน่วยบริการ สาธารณสุขของหน่วยงานของรัฐ หรือการนวดที่เป็นการให้บริการในสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ

ในการยื่นคำร้องขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการนั้น เราต้องติดต่อหน่วยงานหลักทั้งหมด 3 หน่วยงาน ได้แก่

          การขอใบรับรองมาตรฐาน จะต้องติดต่อทั้งหมด 3 หน่วยงาน

          1. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

              ยื่นขอใบรับรองมาตราฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือ เพื่อเสริมสวย ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของจังหวัดที่ตั้งสถานประกอบการ

          2. องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ เทศบาล

              * ยื่นขอจดอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

              * ใบอนุญาตใช้อาคาร

          3. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า

              กรณีผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคลและยังไม่ได้จดทะบียนกิจการในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัท จำกัด ต้องดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคล ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า

ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการเตรียมเอกสารและขั้นตอนวิธีการยื่นขอรับรองสถานบริการเพื่อสุขภาพและเสริมสวย

 

ตอนที่ 2 การยื่นเอกสารขอรับรองมาตรฐาน นวดเพื่อสุขภาพ และ นวดเพื่อเสริมสวย

การยื่นเอกสารขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ นวดเพื่อสุขภาพ และ นวดเพื่อเสริมสวย ใช้เอกสารรูปแบบเดียวกัน และไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ได้รับเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ คณะกรรมการและทีมงานจะออกตรวจมาตรฐานของสถานประกอบการและจะออกใบรับรองมาตรฐานภายใน 90 วัน

ขั้นตอนการขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ

 

1. รับคำรอง : กรณีเอกสารหลักฐานครบ และได้รับการลงเลขรับ

2. ตรวจแนะนำ

3. ตรวจโดยคณะอนุกรรมการ

4. ประชุมกรรมการระดับจังหวัด

     4.1 รับรอง

          - แจ้งผลการพิจารณา

          - เสนอให้ผู้ว่าฯ ลงนาม

          - แจ้งผู้ประกอบการให้ติดต่อรับใบรับรอง ภายใน 30 วัน

     4.2 รับรอง แบบมีเงื่อนไข

          - แจ้งผลการพิจารณา

          - ให้แก้ไข 3 ครั้ง/ครั้งละ 30 วัน รวมไม่เกิน 90 วัน

          - ตรวจซ้ำ

     4.3 ไม่รับรอง

          - แจ้งผลการพิจารณา

          - คืนเรื่อง

ระยะเวลาดำเนินการภายใน

130 วัน [ 30+90+10 ]

* ใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ มีอายุ 2 ปี

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อออกใบรับรอง

1. เอกสารประกอบการยื่นขอ : มี 13-14 รายการ ตามประเภทของกิจการที่ยื่น

2. สถานที่ในการประกอบการ : มั่นคงถาวร สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดต่อศาสนสถาน หรือสถถานบริการและเข้าข่ายสถานบริการ

3. อุปกรณ์ที่ใช้ในการบริการ : ไม่ใช้เครื่องมือแพทย์, มีมาตรฐาน

4. การบริการ : มีมาตรฐาน ครบองค์ประกอบสปา

5. บุคลากรในสถานประกอบการ : ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

 

 

การเตรียมเอกสาร : ร้านนวดเพื่อสุขภาพ และร้านนวดเพื่อเสริมสวย

 

1. เอกสารส่วนบุคคล 

 

     1.1 สำเนาบัตรประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการจำนวน 1 ฉบับ

     1.2 สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการจำนวน 1 ฉบับ

     1.3 หลักฐานอื่น เช่น ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ทะเบียนสมรสจำนวน 1 ฉบับ

     1.4 ใบรับรองแพทย์ของผู้ประกอบการและผู้ให้บริการจำนวน 1 ฉบับ

     1.5 สำเนาใบวุฒิด้านการนวดของผู้ให้บริการทุกคนจำนวน 1 ฉบับ

2. เอกสารประกอบจากหน่วยราชการ

 

     2.1 สำหรับบุคคลธรรมดา

           - สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์

           สำหรับนิติบุคคล

               - สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริคณธ์สนธิ

               - บัญชีผู้ถือหุ้นและวัตถุประสงค์

* และหากมีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจด้วย

     2.2 ใบอนุญาตการใช้อาคาร (ถ้ามี)

     2.3 สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จากเทศบาล/อบต.

 

3. เอกสารประกอบด้านสถานที่ประกอบการ

     3.1 หนังสือแสดงความยิมยอมขอเจ้าของอาคารหรือสถานที่ที่ตั้งสถานประกอบการ กรณีผู้ประกอบการไม่ใช่เจ้าของ

     3.2 ภาพถ่ายสถานประกอบการในจุดต่างๆ ตามข้อกำหนด

     3.3 แบบแปลน หรือ แผนผังการให้บริการ

     3.4 แผนที่แสดงบริเวณที่ตั้งสถานประกอบการจำนวน 2 ฉบับ

 

4. เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ

    ขั้นตอน

       4.1 ขั้นตอนการให้บริการแต่ละประเภท

       4.2 ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการให้บริการแต่ละประเภท

       4.3 ขั้นตอนการทำความสะอาดอุปกรณ์/ผ้า ที่ใช้ในการให้บริการ

       4.4 เอกสาร หรือหลักฐาน แสดงการป้องกัผู้มีภาวะเสี่ยงจากโรคมาใช้บริการ

     เอกสาร

       4.5 แบบสรุปผู้รับบริการ

       4.6 เอกสารประชาสัมพันธ์

       4.7 แบบประเมินปฏิบัติงาน

       4.8 เอกสารแสดงมาตรการป้องกันการถูกล่วงละเมิดจากผู้รับบริการ

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaispa.go.th

 

 

ตอนที่ 3 การยื่นเอกสารขอรับรองมาตรฐาน สปาเพื่อสุขภาพ

การยื่นเอกสารขอใบรับรองมาตรฐานของสปาเพื่อสุขภาพ เหมือนการยื่นขอใบรับรองมาตรฐานของนวดเพื่อสุขภาพ เพียงแต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือ รายละเอียดของผู้ดำเนินการสปา และรายละเอียดของการบริการ และไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกรณีที่ได้รับเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ คณะกรรมการและทีมงานจะออกตรวจมาตรฐานของสถานประกอบการและจะออกใบรับรองมาตรฐานภายใน 90 วัน

ขั้นตอนการขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ จะมีขั้นตอนเหมือนกับการยื่นขอใบรับรองนวดเพื่อสุขภาพ และ นวดเพื่อเสริมสวย

ระยะเวลาดำเนินการภายใน

130 วัน [ 30+90+10 ]

* ใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ มีอายุ 2 ปี

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อออกใบรับรอง

1. เอกสารประกอบการยื่นขอ : มี 13-14 รายการ ตามประเภทของกิจการที่ยื่น

2. สถานที่ในการประกอบการ : มั่นคงถาวร สะอาด ปลอดภัย ไม่ติดต่อศาสนสถาน หรือสถถานบริการและเข้าข่ายสถานบริการ

3. อุปกรณ์ที่ใช้ในการบริการ : ไม่ใช้เครื่องมือแพทย์, มีมาตรฐาน

4. การบริการ : มีมาตรฐาน ครบองค์ประกอบสปา

5. บุคลากรในสถานประกอบการ : ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แหล่งข้อมูลจาก https://www.thaimedicos.com/blog/3-steps-Massage-service-certificate/

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ชีวิตวิถีใหม่(New Normal) ใช้และให้บริการนวด/สปาอย่างไร ให้ปลอดภัย

 



แหล่งที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=cS6JmtN8P9s

เปิดแนวคิดดีไซน์ใหม่ ร้านนวด-สปาไทย ยุค New Normal

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้สถานประกอบการเพื่อความงามและสุขภาพอย่างร้านนวดแผนไทยและสปา ได้รับผลกระทบโดยตรงและจำเป็นต้องปิดบริการชั่วคราวตามมาตรการของรัฐบาล เนื่องจากเป็นการให้บริการที่พนักงานจะต้องสัมผัสร่างกายของผู้ใช้บริการซึ่งใช้เวลาตามรูปแบบของการบริการ ในขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันอาจมีผู้ใช้บริการเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก ภายใต้มาตรการผ่อนปรนหลังจากสถานการณ์คลี่คลายแล้ว กลุ่มสถานประกอบการประเภทนี้จึงต้องเข้มงวดอย่างมากในการดูแลสภาพแวดล้อม 

โดยภาครัฐได้กำหนดมาตรฐานข้อปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการ ซึ่งผู้ให้บริการต้องผ่านการประเมินความพร้อมก่อนจึงจะสามารถกลับมาให้บริการได้เพื่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยต่อสุขอนามัยของผู้ใช้บริการ และจากข้อปฏิบัติด้านการจัดการสถานที่โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้มุ่งเน้นที่ความปลอดภัย ลดการสัมผัส การคัดกรอง เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล


โดย อาจารย์ธนิต จึงดำรงกิจ และ ดร.ศรีดารา ติเพียร อาจารย์ประจำหลักสูตรออกแบบภายในคณะศิลปกรรมศาสตร์ และ RDI มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ได้ให้ความเห็นว่า ในด้านของการออกแบบ สามารถนำมาเป็นข้อปฏิบัติได้ 2 รูปแบบคือ แบบระยะสั้น (Short Term) และแบบระยะยาว (Long Term) 
Short Term - ระยะสั้น การปรับปรุงในระยะสั้น (Short Term) ได้แก่ การจัดการกับพื้นที่ที่มีผลกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการโดยตรง ซึ่งมีพื้นที่ 3 ส่วนหลัก ๆ ที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญ ดังนี้ 1. พื้นที่ต้อนรับและรอรับบริการ เป็นพื้นที่บริเวณส่วนหน้าร้าน ประกอบด้วยส่วนต้อนรับ จุดนั่งพักรอรับบริการ ให้คำปรึกษาคอร์สบริการ แสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ รับชำระเงิน สามารถปรับปรุงได้โดยแยกสัดส่วนพื้นที่ ⦁ สำหรับจุดคัดกรอง พื้นที่รอรับบริการ หากไม่มีพื้นที่ด้านนอกอาคาร ให้กันพื้นที่ต้อนรับส่วนหนึ่งไว้เป็นจุดคัดกรอง และมีฉากกั้นก่อนเข้าสู่พื้นที่นั่ง ⦁ พื้นที่รอรับบริการ ควรมีไม่เกิน 2 ที่นั่ง และจะต้องเว้นระยะห่างต่อที่นั่ง 1.50 เมตร และควรเป็นที่นั่งเดี่ยว ⦁ พื้นที่ให้คำปรึกษา เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แคชเชียร์ ให้วางตำแหน่งของผู้ใช้บริการด้านหน้าเคาท์เตอร์ มีระยะห่าง 1.50 เมตร พร้อมติดตั้งฉากกั้นระหว่างผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการ 2. พื้นที่ให้บริการนวด ⦁ พื้นที่บริการนวด หากเป็นพื้นที่รวม ให้เว้นระยะห่างระหว่างเตียงนวด อย่างน้อย 1.50 เมตร และติดตั้งฉากกั้นซึ่งเป็นวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย แต่ควรใช้ผ้าเนื่องจากเป็นวัสดุที่จับติดกับสิ่งสกปรกและสะสมเชื้อโรคได้ง่าย ⦁ ห้องนวดสปา ควรจัดเป็นห้องเตียงเดี่ยว และมีพื้นที่บริเวณรอบเตียงกว้างพอเหมาะ เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน 3. พื้นที่เก็บอุปกรณ์ ⦁ พื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด 1-2 จุด เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้งาน เนื่องจากเป็นข้อกำหนดที่สถานบริการต้องทำความสะอาดทุกครั้ง หลังให้บริการ ⦁ พื้นที่เก็บอุปกรณ์ ควรแยกพื้นที่เก็บอุปกรณ์และผ้าที่ยังไม่ได้ใช้และที่ใช้แล้วห่างจากกัน และมิดชิด Long Term - ระยะยาว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการออกแบบพื้นที่ในอนาคต ดังนั้นสถานประกอบการจึงควรมีแผนการปรับตัวและการจัดเตรียมสถานที่รับรองผู้ใช้บริการในระยะยาว (Long Term) ทั้งนี้วงการวิชาชีพสถาปนิกต้องสามารถคิดค้นการออกแบบที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการให้รู้สึกปลอดภัยต่อสุขอนามัย โดยผสมผสานศิลปะการออกแบบเข้ากับจิตวิทยาสภาพแวดล้อม ซึ่งควรออกแบบบนพื้นฐานที่ตอบสนองทางสรีระวิทยา และจิตวิทยา ปลอดภัยต่อสุขอนามัยของผู้ใช้งาน ดังนั้นในมุมมองของนักออกแบบเอง จะมีอยู่ 3 องค์ประกอบที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1. การจัดการเชิงพื้นที่ในสถานบริการ ควรคำนึงถึงหลักการจัดวางพื้นที่ ทางเดินสัญจรภายใน ขนาด ระยะห่างของพื้นที่ที่เหมาะสม พื้นที่ใช้สอยภายใน ควรแยกกลุ่มการใช้งานอย่างชัดเจน จำกัดพื้นที่ของผู้ใช้บริการแต่ละคน รวมทั้งการสัญจรภายในร้าน ต้องแยกชัดเจนระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ แบ่งเส้นทางในการเก็บสิ่งของที่ใช้งานแล้ว เช่น ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า เพิ่มขนาดทางเดิน ขนาดเฟอร์นิเจอร์ ที่แยกการใช้งานเฉพาะบุคคล เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ ซึ่งการจัดการเชิงพื้นที่มี 3 ส่วนที่ควรให้ความสำคัญ คือ พื้นที่ต้อนรับและจุดรอรับบริการ ⦁ จุดคัดกรองด้านนอก เพิ่มจุดล้างมือในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยก่อนผู้ใช้บริการจะเข้าสู่พื้นที่ต้อนรับหรือจุดรอรรับบริการ ⦁ จุดรอรับบริการ ควรใช้เก้าอี้แบบเดียว และมีการเว้นระยะห่าง หรือขั้นด้วยโต๊ะข้าง ⦁ จุดให้คำปรึกษา ควรจัดเป็นพื้นที่แยกต่างหาก เป็นชุดละ 2 ที่นั่ง และแบ่งขอบเขตพื้นที่ชัดเจน ⦁ เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์และแคชเชียร์ ควรเพิ่มระยะห่างระหว่างพื้นที่ของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ พร้อมจัดระยะห่างระหว่างที่นั่งอย่างน้อย 1.50 เมตร พื้นที่ให้บริการนวด ⦁ พื้นที่นวดเท้าและนวดไทย หากเป็นพื้นที่นวดรวม ให้เว้นระยะของเตียงนวด 1.50 เมตรและติดตั้งฉากกั้นระหว่างเตียง สามารถปิดเปิดได้ แต่ต้องมีส่วนของผนังยื่นออกมา 1.00 เมตร และควรใช้เป็นประตูบานเลื่อนที่เชื่อมพื้นที่ได้แทนผ้าม่าน ⦁ พื้นที่นวดสปา ควรเป็นพื้นที่เตียงเดี่ยว หากจะออกแบบให้เป็นห้องเตียงคู่ ควรจัดวางตำแหน่งให้หันด้านปลายเท้าเข้าหากัน 2. พื้นที่สุขอนามัยในสถานบริการ ⦁ จัดวางพื้นที่ส่วนเก็บของที่ยังไม่ได้ใช้งานไว้ส่วนกลางของสถานบริการ และแยกพื้นที่ส่วนเก็บอุปกรณ์ที่ใช้แล้วไว้ส่วนด้านหลังสถานบริการ จัดการให้เป็นพื้นที่ปิดมิดชิด องค์ประกอบที่ 2. การตกแต่งด้วยวัสดุปิดผิว การเลือกใช้วัสดุภาย ควรเลือกใช้วัสดุลักษณะผิวเรียบ ไม่กักเก็บสิ่งสกปรกและเชื้อโรค เช่นวัสดุที่มีพื้นผิวเป็นรูพรุนเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด เช่น การใช้กระเบื้องเซรามิคผิวเรียบที่ผ่านการอบด้วยความร้อนสูง หรือใช้วัสดุปูพื้นด้วยไวนิล หรือกระเบื้องยางแบบม้วน อาจนำมาใช้สำหรับเป็นพื้นห้องนวด เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีรอยต่อน้อย ลดการกักเก็บความชื้น ลดเสียงสะท้อน หลีกเลี้ยงการใช้วัสดุจากผ้าเนื่องจากจับกับสิ่งสกปรกได้ง่าย และกักเก็บเชื้อไวรัสได้นานถึง 8-12 ชั่วโมง (ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค) ยกเว้นกรณีผ้าปูเตียง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่บุด้วยผ้า ควรเปลี่ยนวัสดุเป็นเบาะ PVC หรือหนังแทน องค์ประกอบที่ 3. การระบายอากาศภายใน หากสถานประกอบเอื้ออำนวย ควรจัดระบบระบายอากาศให้ไหลเวียนได้ดี ด้วยการมีช่องระบายอากาศให้ไหลเวียนได้ดีด้วยช่องเปิดรับอากาศจากภายนอกสู่ภายใน ยกเว้นกรณีที่สภาพภูมิอากาศรอบอาคารไม่เอื้ออำนวย อาจจำเป็นต้องใช้ระบบปรับอากาศช่วยเพื่อให้เกิดการไหลเวียน และต้องกำหนดจุดติดตั้งที่เหมาะสม เช่น ยึดติดฝาพนัง แขวนฝ้าเพดาน หรือวางกับพื้น เพื่อให้อากาศที่สะอาดไหวเวียนไปยังพื้นที่ที่มีการใช้งาน และต้องมีระบบดูดอากาศเพื่อการไหลเวียนที่ดี อย่างไรก็ดีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของสถานบริการร้านนวดแผนไทย - สปา ต้องอาศัยความเข้าใจต่อการรับรู้สภาพแวดล้อมของตัวผู้ประกอบการเอง ซึ่งสภาพแวดล้อมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ใช้บริการ ในด้านการออกแบบสถานบริการจึงต้องสื่อสารบางอย่างให้ผู้ใช้บริการรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในสุขลักษณะของสถานประกอบการนั้น ๆ ด้วย แหล่งที่มา : https://www.btripnews.net/?p=54613